Showing posts with label สินเชื่อบ้าน. Show all posts
Showing posts with label สินเชื่อบ้าน. Show all posts

Monday, April 21, 2014

อยากมีบ้านจะเริ่มต้นอย่างไร




         สวัสดีครับ เพื่อนๆชาวบล็อกการออมเงินฝากดอกเบี้ยสูง.com วันนี้ก็มาเริ่มต้นกับต้นสัปดาห์หลังจากที่ได้หยุดกันไปเที่ยวเทศกาลวันสงกรานต์ซึ่งทางราชการเขากำหนดให้หยุด ถึง 4 วัน และสำหรับคนที่ทำงานโรงงานต่าง เท่าที่รู้มาตามที่ผู้เขียนอยู่จังหวัดชลบุรี ซึ่งก็จะมีพรรคพวกทำงานอยู่ที่อมตะเป็นส่วนใหญ่ ก็จะได้หยุดยาวๆเลย บางคนไปเที่ยวต่างจังหวัด บางคนไปต่างประเทศ บางคนกลับบ้านเยี่ยมพ่อแม่ ญาติพี่น้อง


         ส่วนผู้เขียนก็ทำงานเล่นดนตรีเหมือนเดิม ก่อนไปทำงาน ก็ออกไปวิ่งเพื่อสุขภาพตามปกติ  กลับมาที่เรื่องการเงินและ การออม ซึ่งเรื่องที่เราควรจะรู้อีกเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนเคยผิดพลาดมาแล้วอยากแชร์ให้ทุกคนได้รู้เรื่อง ก็คือเรื่องการเลือกซื้อบ้าน ทั้งๆที่ก่อนผู้เขียนจะเลือกซื้อบ้านก็ทำการบ้านหาความรู้ต่างๆมากมายแต่ก็ยังพบเจอข้อผิดพลาดอยู่ ยิ่งอยู่บ้านนานวันก็ยิ่งพบความต้องการที่แท้จริงคืออะไร


       ดังนั้นวันนี้ก็จะมาเขียนในหัวข้อว่า อยากมีบ้านจะเริ่มต้นอย่างไร โดยใช้จากชีวิตจริงข้อผู้เขียนเองเลย มาเริ่มต้นกันเลย ซึ่งจะตรงกับรายการโฮมรูม ที่พี่โจ มณฑานี สอนหรือไม่ (ซึ่งตอนนี้ผู้เขียน หยุดเทปไว้ก่อน )


1.วางแผนการเงินก่อนเลย โดยการออมเงินกับธนาคารอะไรก็ได้ หรือจะเป็นบัญชีฝากประจำไม่เสียภาษีก็ได้ ยิ่งดี เพราะคะแนนในการประเมินสินเชื่อจะดีมากๆ เป็นการแสดงวินัยทางการเงินเป็นอย่างดี  ส่วนถ้าใครจำได้ผู้เขียนก็ฝากประจำไม่เสียภาษี 24 เดือน ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งตอนนั้นดอกเบี้ย สูงเสียด้วย ก็เลยเอาสเตรทเม้นท์ตรงนี้มาโชว์ธนาคารได้ด้วย


2.การวางดาวน์กับโครงการ ข้อนี้ก็สำคัญ ซึ่ง ธนาคารจะขอดูเอกสารตรงนี้ด้วย ซึ่งเป็นการแสดงวินัยทางการเงินอีกประเภทหนึ่งเช่นกัน ซึ่งถ้าเราสามารถดาวน์ได้ถึง 20 เปอร์เซ็นท์ โอกาสการอนุมัติสินเชื่อก็จะยิ่งง่ายขึ้น ซึ่งตอนนั้นผู้เขียนก็ผ่อนดาวน์ไป เกิน10 งวดขึ้น ก็ช่วยให้เรากู้เงินธนาคารไม่ต้องสูงมาก


3.ทำเล ถึงแม้จะเขียนเป็นข้อที่3 แต่ผู้เขียนกลับคิดว่าตรงนี้คือหัวใจสำคัญเช่นกัน เพราะว่ามันมีเรื่องไลฟ์สไตล์มาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ถึงแม้ทำเล จะแพงหน่อยแต่แพงวันนี้ ถูกในวันข้างหน้าแน่นอนเช่น ผู้เขียนชอบออกกำลังกาย เล่นกีฬา ดูหนังฟังเพลง และใกล้ที่ทำงาน ก็ต้องเลือกทำเล หรือบ้านที่ใกล้กับสิ่งต่างๆเหล่านี้ บางคนบอกว่าหายากมาก แต่ถ้าเราหาดีๆก็ยังมีอยู่ แต่ราคาอาจจะสูงหน่อย ซึ่งโชคดีของผู้เขียน ที่ได้คุณสมบัติมาครบ ถ้วนแถมเกินความคาดหมายอีกตั้งหาก เพราะมีสถานกีฬาและสวนสุขภาพ ตั้งหลายสนามเลย แถวบ้าน เจอแต่สังคม คนรักการออกกำลังกาย เล่นกีฬา มากมายเลย


4.เนื้อที่บ้าน ทีแรกผู้เขียนก็ซื้อบ้านตั้งแต่เริ่มทำงานหาเงินได้ก็เลย รีบซื้อโดยไม่ได้คิดว่าอยากได้บ้านใหญ่โตอะไรเพราะอยู่คนเดียว แต่ตอนนี้อยากได้บ้านแฝด หรือบ้าน หัวมุมเพราะจะได้ทำมาค้าขายได้เล็กน้อย เพื่อเป็นรายได้เสริม มีเนื้อที่ปลูกผักไว้กินเอง เพราะตอนนี้ที่จอดรถหน้าบ้านกลายเป็นแปลงผักย่อมๆแล้ว


        วันนี้ก็คง เนื้อหาไว้4 ประเด็นก่อน วันหลังค่อยมาเจอภาค2 ในหัวข้อ อยากมีบ้านจะเริ่มต้นอย่างไรกันดี แล้วมาดูที่โค้ชการเงิน พี่โจ มณฑาณี มาสอนจะมีเนื้อหาใกล้เคียงกันไหม เรื่องบ้านก็มีความสำคัญมากนะ เพราะจะอยู่คู่กับเราตลอาดชีวิตเลย มีความสุขทุกคนครับ

Saturday, January 4, 2014

สวัสดีปีใหม่ 2014 กับบล็อกการออมเงินฝากดอกเบี้ยสูง




สวัสดีปีใหม่ 2014 กับบล็อกการออมเงินฝากดอกเบี้ยสูง


      สวัสดีปีใหม่ 2014 จากใจบล็อกการออมเงินฝากดอกเบี้ยสูง ซึ่งผู้เขียนก็ได้เดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ยาวนานที่สุดตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย คือเป็นระยะเวลา 5 วันด้วยกัน ประกอบกับงานที่ทำคือการเล่นดนตรีนั้น อยู่ในช่วงเปลี่ยนทีมด้วยและร้านที่ไปทำงานนั้นก็หยุดเช่นกัน ก็โชคดีเลยที่ได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ยาวๆเลย ไม่ต้องรีบร้อนในการเดินทาง ซึ่งเมื่อคืน วันที่ 3 มกราคม2557 เวลา สี่ทุ่มโดยประมาณก็เดินทางกลับมาถึงบ้านของตนเอง เพื่อมาทำงานกันต่อ ระหว่างว่างๆในวันพักผ่อนก็ได้วางแผนทางการเงินไว้พอสมควร ทั้งในเรื่องการออมเงิน การลงทุน ก็ดูโปรโมชั่นเงินฝากดอกเบี้ยสูงจากแหล่งข่าวต่างๆเช่น หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และป้ายโฆษณาต่างๆของธนาคาร มาดูกันเลย


การออมเงินฝากดอกเบี้ยสูง


การวางแผนการเงินส่วนบุคคลในปี2014


1.ชำระหนี้สิน สิ่งแรกที่ผู้เขียนเริ่มต้นเป็นสิ่งแรกเลย เพราะว่าเป็นแผนต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ซึ่งจากหนี้สินเชื่อบ้านของผู้เขียนนั้น ณ ปัจจุบัน เหลืออยู่ประมาณ 1 แสนกว่าบาทนั้น ถ้าวิเคราะห์จากปกติก็คงไม่มีอะไรน่าตกใจอะไร จากที่ส่งค่างวดบ้านมาโดยเริ่มต้นปี 2007 เดือนมิถุนายน  ปีนี้เข้าสู่ปี2014 เดือนมกราคม ก็ส่งไปแล้ว 6 ปี 6 เดือนด้วยกัน ก็ถือว่าใกล้เห็นแสงสว่างแล้ว ดอกเบี้ยต่อเดือนก็ตก เกือบ 1 พันบาทก็ไม่มากมายอะไร แต่ถ้าวิเคราะห์ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการเมืองแล้วดูน่าเป็นห่วงมาก


     วิธีที่เอาตัวรอดที่ดีที่สุดก็คือปลดหนี้ที่มีในพอร์ตหรือชีวิตเราให้ออกไปก่อนวิกฤตต่างๆ ก็เลยปรึกษาญาติพี่น้อง ที่มีเงินทองสะสมเหลือติดบัญชี หลังจากสำรวจสอบถามก็ ปรากฏว่าก็มีน้องของผู้เขียนเอง ว่ามีเงินอยู่พร้อมช่วยเหลือ แต่ต้องทำสัญญาเอกสารตามปกติ เราก็กลับไปคิดและปรึกษาผู้ใหญ่ ก็ได้คำแนะนำดีๆมา สรุปว่าผู้เขียนก็เริ่มจะนำเงินกู้ญาติพี่น้องมาปิดบัญชีสินเชื่อบ้านในเดือนหน้าแล้ว ส่วนดอกเบี้ยจากปกติให้ธนาคารก็นำมาให้น้องสาวตนเอง เงินทองไม่รั่วไหลไปไหน ก็ถือว่าวินวินเลย ซึ่งวิธีการนี้ผู้เขียนก็ได้ความรู้มาจากลุงคนหนึ่งแนะนำมาตั้งนานแล้ว ใครสนใจก็นำไปปฎิบัติได้ไม่ห่วงวิชาอะไรครับ


2.การลงทุน จากที่ผู้เขียนได้ลงทุนในตลาดหุ้นเข้ามาเป็นปีที่ 2  จากต้นปี ที่SET ขึ้นไปถึง 1600 จุด เมื่อวานลดเหลือ วันที่ 3 มกราคม 2557 ตอนปิดตลาด 1224จุดโดย คือลดลงมากว่า 400 จุด กำไรที่เคยได้ก็หายไปเยอะเหมือนกัน แต่สไตล์การลงทุนของผู้เขียนก็เป็นการลงทุนเป็นลงทุนในกิจการและลงทุนระยะยาวๆเลย เป็นเงินเย็นเจี๊ยบของผู้เขียนก็เลยไม่ได้กระทบชีวิตอะไรมากมาย วิธีแก้ในสถานการณ์บ้านเมืองของเราในตอนนี้ก็นั่งตรวจสอบกิจการของบริษัทที่เราลงทุนนั้นยังดีอยู่ไหม ยอดขาดเป็นอย่างไร มีการพัฒนาในส่วนโครงการอะไรใหม่ที่จะเพิ่มยอดขายหรือไม่ อนาคตต่อไปจะเป็นเช่นไรก็ ศึกษาได้จากข่าวสารต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ธุรกิจ  รายงานประจำปี การประชุมผู้ถือหุ้น  งาน oppday ในแต่ละไตรมาสที่ SET ร่วมกับบริษัทต่างๆ ถ้าบริษัทของเรายังดีอยู่ก็จะนำเงินเข้าไปลงทุนต่อโดยแบ่งไม้ทยอยเข้าๆไปซื้อที่ละ10-15% เพราะยังไม่รู้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะไปจบตรงไหน


3.การออม ข้อนี้ก็ยังต้องสะสมไปเรื่อยๆให้ครบ เงินที่เราต้องใช้ในส่วนฉุกเฉิน 6 เดือนด้วยกันเผื่อเราตกงานหรือ มีงานน้อยทำให้เราสามารถมีเวลาทยอยหางานได้โดยไม่เดือดร้อนเช่น ในส่วนของผู้เขียน ต้องมีเงินเดือนละ 18000 บาท ก็ต้องมี 1 แสนกว่าบาทนั้นเอง


จาก3 หัวข้อนี้ เพื่อนๆสามารถปรับนำไปใช้เริ่มจากข้อไหนก็ได้ไม่ต้องทำตามผู้เขียนก็ได้โดยคิดจากเหตุและปัจจัยของชีวิตการเงินส่วนบุคคลของแต่ละคน ส่วนผู้เขียนก็ให้กำลังใจทุกคนในการใช้ชีวิตในปี 2014 ด้วยสติ ทุกคน มีความสุขทุกคนครับ พรุ่งนี้มาเจอกันใหม่กับบล็อกการออมเงินฝากดอกเบี้ยสูง

Tuesday, December 17, 2013

ข่าวดีธนาคารอาคารสงเคราะห์ลดดอกเบี้ยสำหรับผู้กู้เงิน

ข่าวดีธนาคารอาคารสงเคราะห์ลดดอกเบี้ยสำหรับผู้กู้เงิน
สวัสดีครับ วันนี้ก็มาพบกับบล็อกการออมเงินฝากดอกเบี้ยสูง ซึ่งก็ใกล้ช่วงปลายปีและเข้าสู่ปีใหม่แล้ว ก็อยากให้ทุกคนเริ่มวางแผนการเงินกันด้วย เพราะดูแล้วเศรษฐกิจปีหน้าก็ยังคงไม่ค่อยดีอยู่เหตุด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ยังไม่เป็นไปตามที่คาดไว้และเรื่องสำคัญการคือเรื่องการเมืองที่ดูแล้วอยู่คือกับเศรษฐกิจอย่างแยกไม่ออกแล้ว  ดังนั้น การวางแผนการเงินนั้นสำคัญมาก

การออมเงินฝากดอกเบี้ยสูง
ส่วนวันนี้ก็มีข่าวดีสำหรับคนที่เป็นลูกค้าของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งทางธนาคารได้ประกาศลดดอกเบี้ยสำหรับผู้ที่กู้สินเชื่อบ้านกันด้วย ถึงไม้จะไม่ได้ลดดอกเบี้ยอะไรมากมายแต่ก็สามารถช่วยลดภาระในส่วนของการผ่อนบ้านได้นิดหน่อยก็ยังดี ถ้าจะเรียกว่าเป็นการให้ของขวัญปีใหม่แก่ลูกค้าก็ไม่ผิด การออกแคมเปญนี้ในทางการตลาดก็จะช่วยในการ สร้างแบรนด์รอยแยลตี้หรือ สร้างความจงรักภักดีต่อลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้ลูกค้าติดตราตรึงใจอยากจะช่วยสินค้าหรือบริการของธนาคารกันต่อ
พอพูดถึงเรื่องดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน สำหรับตัวผู้เขียนนั้นหลังจากส่งค่าผ่อนค่าบ้านมาหลายปีแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้ว เพราะว่าดอกเบี้ยค่าผ่อนบ้านนั้นลดลงเหลือไม่ถึง 1 พันบาทต่อเดือนแล้ว ซึ่งวันที่เริ่มผ่อนบ้านครั้งแรก แล้ว ถ้ามานับดอกเบี้ยโปรโมชั่น ก็เสียค่าดอกเบี้ยตกเดือนละ 4000 บาทเลย ก็สูงมากอยู่ถ้าใครสนใจบทความวิธีการผ่อนบ้านให้หมดเร็วก็สามารถเข้าไปอ่านบทความย้อนหลังกันได้ ซึ่งผู้เขียนได้ลองศึกษามาแล้วนำไปใช้ได้จริงแล้วก็เลยอยากแนะนำให้เพื่อนๆนำไปใช้กัน
ในมุมมองของการประกาศลดดอกเบี้ยจากสำนัก กนง .ที่ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบาย จาก2.5 เหลือ 2.25 นั้น ทำให้ธนาคารพาณิชย์ และธนาคารของภาครัฐนั้น ต้องมีการปรับอัตราดอกเบี้ย ให้เหมาะสมตามที่ สำนัก กนง. ประกาศไป แต่การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็ย่อมมีสองมุมมองเช่นกัน  คือ คนที่ฝากเงิน หรือออมเงิน ก็อยากจะให้ดอกเบี้ยขึ้นสูง ๆ แต่ในทางกลับกัน สำหรับคนที่เป็นหนี้กลับอยากให้ดอกเบี้ยเงินกู้ลดลงให้มากที่สุดเพื่อจะได้ไม่เป็นภาระในการผ่อนชำระสินเชื่อต่างๆกันไป
ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุด ที่อาจารย์ด้านการเงินพึ่งพูดถึงเรื่องนี้ก็คือ การไม่เป็นหนี้เป็นสิ่งที่ดี หรือแม้การเป็นหนี้ที่เกิดประโยชน์ เช่น การสร้างหนี้ สินเชื่อที่อยู่อาศัย นั้นต้องยอมรัยว่าจำเป็นมากสำหรับคนที่ไม่มีที่อยู่อาศัย แต่ขอให้พิจารณาเลือกในราคาที่เหมาะสมกันกำลังทรัพย์ของเรา เพราะเท่าที่เคยศึกษามามีการผิดพลาดเรื่องการกู้บ้านที่เกิดตัวไปหลายๆคนเลย ซึ่งเรื่องนี้คงต้องเขียนกันในวันข้างหน้าเพราะว่ายาวเหมือนกัน
วันนี้ก็คือได้สาระความรู้ในเรื่องการเงิน และการธนาคาร รวมถึงเรื่อง อัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัยที่เราควรจะศึกษาให้เข้าใจ เพราะตราบใดที่เรายังต้องอยู่กับเรื่องเงินๆทองๆ ตลอดไป ซึ่งบล็อกการออมเงินฝากดอกเบี้ยสูง นั้นก็จะนำเสนอในทุกแง่มุมของการออม เงิน การลงทุน การบริหารการเงินส่วนบุคคล ขอให้มีความสุขทุกคน
การออมเงินฝากดอกเบี้ยสูง

Thursday, October 17, 2013

เทคนิคการชำระสินเชื่อบ้านหรือผ่อนบ้านด้วยวิธีต่างๆ HomeLoan

       สวัสดีครับ เพ่ือนๆ วันนี้ วันที่ 17 ตุลาคม 2556 ก็มาเจอบล็อกเงินฝากดอกเบี้ยสูง กันตามปกติแล้ว ก่อนอื่นเลย ต้องขออภัยเพ่ือนๆอีกรอบหนึ่งที่ทิ้งบล็อกไปนาน ช่วงนี้เท่าที่สำรวจโปรโมชั่นเงินฝากแต่ละธนาคารมาก็จะมีการแข่งขันสูงขึ้นเพราะต้องการเงินฝากไปเพิ่มในส่วนของธนาคารมากขึ้น

        แต่วันนี้ จะมาพูดถึงเรื่องที่พึ่งไปอ่านจเอในเว็บบอร์ดพันทิปไม่รู้มีคนตอบปัญหาให้คนที่ถามในกระทู้หรือไม่ ซึ่งปัญหานี้ผู้เขียนเคยพบเจอมาอยู่แล้ว ก็เลยอยากมาแชร์แบ่งปันให้เพ่ือนๆได้ความรู้และนำไปปฎิบัตเพ่ือลดภาระทางการเงินต่อไป แล้วเรื่องนั้นคือ อะไร มาดูคำถามกันเลย

      เพ่ือนคนหนึ่งถามว่า จากจะนำเงินมาตัดค่าผ่อนบ้าน แบบไหนจะดีกว่ากัน และถ้าผ่อนผ่านบัญชีอัตโนมัติที่ผ่านบัญชีเงินเดือนแต่ละ ที่เราเลือกให้ธนาคารตัดเงิน นั้นแล้วเราจะผ่อนเองต่อโดยไม่ต้องผ่านบัญชีได้ไหม ผู้เขียนก็จะมาอธิบายให้ที่ละข้อเลยแล้วกัน

1.การนำเงินที่เราเหลือจากการใช้ข่ายต่างๆมาตัดบ้าน หรือโปะบ้าน ตามภาษาชาวบ้าน นั้น เป็นสิ่งที่ดีแน่นอน เพราะว่าค่างวดที่เราจ่ายตามปกติ และเงินที่ไปตัดค่าบ้านนั้น จะทำให้เงินต้นที่เรากู้มาลดลงเร้วขึ้นทำให้งวดต่อไป ดอกเบี้ยเราจะลดลงมากขึ้น
2.ถ้าเราผ่อนและจ่ายค่างวดผ่านบัญชีอัตโนมัติ ซึ่งทางธนาคารก็จะกำหนดค่างวดผ่อนแต่ละเดือนไว้แล้ว ตอนที่เราทำสัญญา วิธีง่ายๆ ก็ให้เรารอถึงเวลากำหนดตัดบัญชีอัตโนมัติเสร็จ หลังจากนั้น เราค่อยไปจ่ายวันที่ตัดค่างวดไปแล้ว ก็ไปที่สาขาธนาคารที่เราไปกู้แล้วบอกพนักงานธนาคารว่าเราจะมาตัดเงินกู้สินเชื่อบ้าน หรือมาโปะบ้านตามภาษาชาวบ้านก็ได้ พนักงานก็จะเข้าใจง่ายๆ เขาก็จะให้เราเขียนสลิปรายการชำระเงินกู้ สินเชื่อต่างๆ ก็ให้เราเขียน ข้อแนะนำไให้นำใบเสร็จเก่า เพ่ือเราจะได้เขียนเลขที่สินเชื่อเราได้ ถ้าไม่ได้เอาไปก็ นำชื่อนามสกุล และเลขที่บัตรประชาชน บอกน้องๆก็ได้ 
ส่วนเราจะจ่ายเท่าไรก็ตามที่กำลังทรัพย์เรามี 

3.ถ้าเราจะผ่อนบ้านเอง โดยไม่ผ่านบัญชีที่ตัดอัตโนมัติได้ไหม  ก็ขอตอบว่า ได้ครับ เพราะผมก็เคยทำมาแล้ว โดยมีขั้นตอนดังนี้ 
   3.1 เราต้องเริ่มผ่อนชำระผ่านบัญชีตัดเงินอัตโนมัติของธนาคารก่อน สัก 1 ปี เพ่ือให้ธนาคารสบายใจว่าเราจะไม่ผิดนัดชำระหนี้ 
   3.2 ไปที่สำนักงานสาขาที่เราไปยื่นกู้ แล้วบอกพนักงานว่าเราจะชำระเงินสินเชื่อเงินกู้บ้านเอง พนักงานก้จะให้เรากรอกเอกสาร เราก็กรอกให้ครบถ้วน แล้วก็อ่านทวนกติกาต่างๆให้เข้าใจ 
   3.3 ไม่เกิน 1 สัปดาห์ก็จะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานใหญ่โทรมาสอบถามสาเหตุที่เราต้องการเปลี่ยนวิธีการชำระสินเชื่อเงินกู้นั้น เราก็ตอบเจ้าหน้าที่ไปก็เป็นอันเสร็จ 
   3.4ที่นี่เราก็สามารถ ชำระเงินค่างวดผ่อนบ้าน ได้ด้วยตนเองจะไปชำระที่สาขาไหนก็ได้ในประเทศไทยที่มีสาขาของธนาคารเราเปิดจะในห้างสรรพสินค้าก็สะดวก จะสาขาในคอมมินิตี้มอลล์ก็อินเทรนด์ หรือสาขาใกล้บ้านเราก็สะดวกสบายขึ้น

     ส่วนประโยชน์ของการชำระเงินกู้บ้านด้วยตนเองนั้น มีอะไรบ้าง ตอนหน้าเรามาติดตามการต่อ ขอบอกก่อนล่วงหน้าเลย ว่าอย่าพลาดเด็ดขาดเพราะว่า วิธีการที่แนะนำนี้ ช่วยให้ผู้เขียนสามารถค้นพบชีวิตในการปลอดหนี้ได้เกือบหมดแล้ว ถ้าใครติดตามบล็อก การออมการเงินและการลงทุน ก็จะรู้ว่าผู้เขียน พึ่งซื้อบ้านไม่ได้ไม่นานนี้เอง 

     วันนี้ก็คงได้สาระความรู้เรื่องการเงิน ไปไม่มากก็น้อย ถึงไม่ไม่ได้ไปตอบในกระทู้ของเว็บพันทิป แต่วิธีการเขียนในบล็อกก็จะได้เผบแพร่ให้เพ่ือนๆได้อ่านกันมาขึ้น ถ้ามีประโยชน์ก็ขอแนะนำให้บอกต่อกับเพ่ือนๆด้วยนะ เพราะผู้เขียนอยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่าน ได้ค้นพบอิสระทางการเงินทุกคน ถ้ามีปัญหาอะไรเกี่ยวกับการออม การเงิน และการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ถ้าผู้เขียน มีความรู้ก็จะมาตอบให้ในบล็อกนี้ครับ พรุ่งนี้มาเจอกัน ขอให้ดูแลสุขภาพและโชคดีทุกคน



เทคนิคการชำระสินเชื่อบ้านหรือผ่อนบ้านด้วยวิธีต่างๆ HomeLoan

    สวัสดีครับ เพื่อนๆ วันนี้ วันที่ 17 ตุลาคม 2556 ก็มาเจอบล็อกเงินฝากดอกเบี้ยสูง กันตามปกติแล้ว ก่อนอื่นเลย ต้องขออภัยเพ่ือนๆอีกรอบหนึ่งที่ทิ้งบล็อกไปนาน ช่วงนี้เท่าที่สำรวจโปรโมชั่นเงินฝากแต่ละธนาคารมาก็จะมีการแข่งขันสูงขึ้นเพราะต้องการเงินฝากไปเพิ่มในส่วนของธนาคารมากขึ้น
แต่วันนี้ จะมาพูดถึงเรื่องที่พึ่งไปอ่านเจอในเว็บบอร์ดพันทิปไม่รู้มีคนตอบปัญหาให้คนที่ถามในกระทู้หรือไม่ ซึ่งปัญหานี้ผู้เขียนเคยพบเจอมาอยู่แล้ว ก็เลยอยากมาแชร์แบ่งปันให้เพื่อนๆได้ความรู้และนำไปปฎิบัตเพ่ือลดภาระทางการเงินต่อไป แล้วเรื่องนั้นคือ อะไร มาดูคำถามกันเลย


เพื่อนคนหนึ่งถามว่า จากจะนำเงินมาตัดค่าผ่อนบ้าน แบบไหนจะดีกว่ากัน และถ้าผ่อนผ่านบัญชีอัตโนมัติที่ผ่านบัญชีเงินเดือนแต่ละ ที่เราเลือกให้ธนาคารตัดเงิน นั้นแล้วเราจะผ่อนเองต่อโดยไม่ต้องผ่านบัญชีได้ไหม ผู้เขียนก็จะมาอธิบายให้ที่ละข้อเลยแล้วกัน
1.การนำเงินที่เราเหลือจากการใช้ข่ายต่างๆมาตัดบ้าน หรือโปะบ้าน ตามภาษาชาวบ้าน นั้น เป็นสิ่งที่ดีแน่นอน เพราะว่าค่างวดที่เราจ่ายตามปกติ และเงินที่ไปตัดค่าบ้านนั้น จะทำให้เงินต้นที่เรากู้มาลดลงเร้วขึ้นทำให้งวดต่อไป ดอกเบี้ยเราจะลดลงมากขึ้น

2.ถ้าเราผ่อนและจ่ายค่างวดผ่านบัญชีอัตโนมัติ ซึ่งทางธนาคารก็จะกำหนดค่างวดผ่อนแต่ละเดือนไว้แล้ว ตอนที่เราทำสัญญา วิธีง่ายๆ ก็ให้เรารอถึงเวลากำหนดตัดบัญชีอัตโนมัติเสร็จ หลังจากนั้น เราค่อยไปจ่ายวันที่ตัดค่างวดไปแล้ว ก็ไปที่สาขาธนาคารที่เราไปกู้แล้วบอกพนักงานธนาคารว่าเราจะมาตัดเงินกู้สินเชื่อบ้าน หรือมาโปะบ้านตามภาษาชาวบ้านก็ได้ พนักงานก็จะเข้าใจง่ายๆ เขาก็จะให้เราเขียนสลิปรายการชำระเงินกู้ สินเชื่อต่างๆ ก็ให้เราเขียน ข้อแนะนำไให้นำใบเสร็จเก่า เพ่ือเราจะได้เขียนเลขที่สินเชื่อเราได้ ถ้าไม่ได้เอาไปก็ นำชื่อนามสกุล และเลขที่บัตรประชาชน บอกน้องๆก็ได้

 

ส่วนเราจะจ่ายเท่าไรก็ตามที่กำลังทรัพย์เรามี 

3.ถ้าเราจะผ่อนบ้านเอง โดยไม่ผ่านบัญชีที่ตัดอัตโนมัติได้ไหม  ก็ขอตอบว่า ได้ครับ เพราะผมก็เคยทำมาแล้ว โดยมีขั้นตอนดังนี้

   3.1 เราต้องเริ่มผ่อนชำระผ่านบัญชีตัดเงินอัตโนมัติของธนาคารก่อน สัก 1 ปี เพ่ือให้ธนาคารสบายใจว่าเราจะไม่ผิดนัดชำระหนี้

   3.2 ไปที่สำนักงานสาขาที่เราไปยื่นกู้ แล้วบอกพนักงานว่าเราจะชำระเงินสินเชื่อเงินกู้บ้านเอง พนักงานก้จะให้เรากรอกเอกสาร เราก็กรอกให้ครบถ้วน แล้วก็อ่านทวนกติกาต่างๆให้เข้าใจ

   3.3 ไม่เกิน 1 สัปดาห์ก็จะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานใหญ่โทรมาสอบถามสาเหตุที่เราต้องการเปลี่ยนวิธีการชำระสินเชื่อเงินกู้นั้น เราก็ตอบเจ้าหน้าที่ไปก็เป็นอันเสร็จ

   3.4ที่นี่เราก็สามารถ ชำระเงินค่างวดผ่อนบ้าน ได้ด้วยตนเองจะไปชำระที่สาขาไหนก็ได้ในประเทศไทยที่มีสาขาของธนาคารเราเปิดจะในห้างสรรพสินค้าก็สะดวก จะสาขาในคอมมินิตี้มอลล์ก็อินเทรนด์ หรือสาขาใกล้บ้านเราก็สะดวกสบายขึ้น


     ส่วนประโยชน์ของการชำระเงินกู้บ้านด้วยตนเองนั้น มีอะไรบ้าง ตอนหน้าเรามาติดตามการต่อ ขอบอกก่อนล่วงหน้าเลย ว่าอย่าพลาดเด็ดขาดเพราะว่า วิธีการที่แนะนำนี้ ช่วยให้ผู้เขียนสามารถค้นพบชีวิตในการปลอดหนี้ได้เกือบหมดแล้ว ถ้าใครติดตามบล็อก การออมการเงินและการลงทุน ก็จะรู้ว่าผู้เขียน พึ่งซื้อบ้านไม่ได้ไม่นานนี้เอง


     วันนี้ก็คงได้สาระความรู้เรื่องการเงิน ไปไม่มากก็น้อย ถึงไม่ไม่ได้ไปตอบในกระทู้ของเว็บพันทิป แต่วิธีการเขียนในบล็อกก็จะได้เผบแพร่ให้เพ่ือนๆได้อ่านกันมาขึ้น ถ้ามีประโยชน์ก็ขอแนะนำให้บอกต่อกับเพ่ือนๆด้วยนะ เพราะผู้เขียนอยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่าน ได้ค้นพบอิสระทางการเงินทุกคน ถ้ามีปัญหาอะไรเกี่ยวกับการออม การเงิน และการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ถ้าผู้เขียน มีความรู้ก็จะมาตอบให้ในบล็อกนี้ครับ พรุ่งนี้มาเจอกัน ขอให้ดูแลสุขภาพและโชคดีทุกคน

 


 
 

Tuesday, September 13, 2011

สินเชื่อดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้นอีกแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ ช่วงนี้ เศรษฐกิจ ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ข้าวของแพงขึ้นเห็นได้ชัดเจนครับ ดังนั้นก็ขอให้ ประหยัดกัน วางแผนการใช้เงินดีๆครับ อะไรลดได้ก็ต้องลด เช่น การออกไปทานข้าว ข้างนอกบ้าน การนำรถส่วนตัวไปใช้ บางวันก็อาจจะใช้ รถโดยสารประจำทางบ้างหรือ นั่งรถไฟฟ้าบ้างก็สามารถประหยัดเงินในกระเป๋าเราได้ เพื่อให้อยู่รอดในเศรษฐกิจยุคนี้ครับ 

ส่วนตัวผมก็เดือนนี้ก็ได้ นำเงินที่เก็บสะสมมาหลายปี ก็ได้จำนวนหนึ่ง นำมาจ่ายค่าบ้านเป็นเงินก้อน หรือภาษาชาวบ้านก็ตัดบ้านหรือ โปะบ้าน เท่านี้ก็สามารถลดหนี้เราได้อีกจำนวนหนึ่งเหมือนกันครับ  แต่ที่สังเกตุ ก็ขึ้น พอดูใบเสร็จสินเชื่อค่าบ้าน ก็ดูจำนวนเงินต้น ตรงไหม ดอกเบี้ยต่อเดือน เท่าไหร่ อัตราดอกเบี้ยต่อปี อยู่ที่เท่าไร ซึ่ง ธนาคารที่ผมกู้อยู่นั้น เดือนนี้ ตกอยู่ที่อัตราร้อยละ 7 % ต่อปี ซึ่งก็สูงพอสมควรอยู่เหมือนกัน แต่ด้วยเดือนนี้ผมนำเงินมาตัด ก็เลยลดดอกเบี้ยประจำเดือน ไปเยอะพอสมควรครับ

ดังนั้นก็เน้นย้ำสำหรับ เพื่อนๆ พี่ๆ ลองค้นหา เศษเงิน หรือ ลองรวมเงินบัญชีต่างๆ ที่เรา มีอยู่ รวมไปรวมมาอาจได้เงินเป็นจำนวนมากก็ได้ครับ หรือเศษเหรียญที่เราเก็บไว้อยู่ที่ต่างๆ รวมกัน อาจจะเป็นหมื่น เป็นแสนก็ได้ครับ เพื่อ นำมาจ่ายค่าบ้านหรือสินเชื่อบ้านต่างๆได้ครับ ขอเป็นกำลังใจในการสู้ชีวิตในเศรษฐกิจ ยุคนี้ครับ

เงินฝากดอกเบี้ยสูง

Friday, August 19, 2011

ปลดหนี้สลากออมสินหมดแล้ว

สวัสดีครับ วันนี้ก็มาพูดคุยกันต่อเกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆ หากเพื่อนๆ พี่ๆ สังเกตุการเขียนบล็อกของผมตอนนี้ก็ยังมีหลากหลายเรื่องราวมากขึ้นครับ มากกว่าที่จะเป็นเรื่องเงินฝากอย่างเดียว หรือบ้างคนก็หาเงินฝากดอกเบี้ยสูงกันอยู่ แต่เป็นประัสบการณ์จริงๆทั้งนั้นเลยที่ไปพบไปเจอะเจอมา ก็อยากเล่าหรือแชร์ให้เพื่อนๆฟังกันครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์กันไม่มากก็น้อยครับ หรือถ้าใคร รู้เืรื่องอะไรดีๆก็มาบอกเล่ากันได้ครับ

ส่วนวันนี้ก็เล่าเรื่องที่ไปปิดบัญชี สินเชื่อของธนาคารออมสินครับ ซึ่งตอนนั้น ค้ำประกันโดยเอาสลากออมสินชุด 5ปี ไปค้ำไว้หรือ ง่ายๆก็นำสลากตัวเองมากู้ นั้นเิอง บ้างคนอาจถามวา่ทำไมต้องกู้เงินตัวเอง ก็คือยังอยากถูกรางวัลอยู่ครับ ยังไม่อยากถอนสลากออกมาก่อน บังเอิญเป็นจังหวะต้องใช้เงินพอดีในช่วงนั้นก็เลย ตัดสินใจกู้สลากออมสิน น่าจะดีกว่า ตอนที่ไปขอสินเชื่อ กู้สลากออมสินนั้น ก็มีพี่ๆน้าๆมาทำรายการเยอะเหมือนกันครับ

สรุปก่อนที่จะไปปิดบัญชีที่ต้องเตรียมเอกสาร มีดังนี้ ครับ

1.บัตรทะเบียนสลากออมสินของเรา
2.เอกสารก็ ขอสินเชื่อธนาคารออมสิน
3. ซองสลากออมสินเก่า เพราะว่า สลากออมสินที่เราได้มาคืนนั้น เขาไม่ได้ใส่ซองใหม่มาให้ครับ
4.ถ้าโทรสอบถามรายละเอียดล่วงหน้าซัก 1-2 วัน โทรหาฝ่ายสินเชื่อครับ ก็จะสะดวกในการทำธุรกรรมการเงินครับ

ตอนนี้ได้แต่นั่งยิ้มว่าเราปลดหนี้ได้ไปอีกชิ้นแล้ว สรุปตอนนี้ก็เหลือหนี้อยู่ที่เดียวแล้วครับ ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ ฝ่าเศรษฐกิจตอนนี้ไปให้ได้แล้่วกันครับ

เงินฝากดอกเบี้ยสูง

Monday, August 15, 2011

เล่าเรื่องประสบการณ์การไปซื้อคอนโดและสินเชื่อบ้าน

สวัสดีครับ วันนี้ก็มาเจอกันเป็นวันที่3ของการเล่าเรื่องการเลือกซื้อคอนโดหรือ ประยุกต์เอาไปใช้กันการซื้อบ้านได้ครับ  ก็อยากมาเล่าเรื่องประสบการณ์การไปซื้อคอนโดและสินเชื่อบ้านต่างๆ ครับ เริ่มเล่าเลยแล้วกันครับ เกิดจากพาญาติไปหาดูคอนโดต่างๆ เพราะว่าความเจริญในจังหวัดเริ่มมามากแล้วและ เท่าที่เช็คเงินรายรับรายจ่ายของญาติ ก็พอที่จะซื้อคอนโดได้แล้วก็เลยลองไปดูโครงการคอนโดต่างๆ ที่อยู่ในทำเลที่ใกล้เคียงกัน พอไปดูก็มีเยอะแยะมากมาย ทำให้ตัดสินใจยากมาก ปัจจัยในการซื้อคอนโดก็เลยมีดังนี้

1.ทำเล ก็ควรอยู่ในเป้าหมายที่เราจะเลือก ว่าซื้อคอนโดเพื่ออยู่เอง ซื้อเพื่อให้เช่า ถ้าให้เช่า กลุ่มลูกค้าเป็นใครและทำเลที่เราซื้อนั้น จะมีกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการไหม

2.ขนาดพื้นที่ของคอนโด ซึ่งจะส่งผลต่อจำนวนของราคาห้อง และจะไปกระทบกับการขอสินเชื่อบ้านกับธนาคาร ซึ่งโดยส่วนใหญ ถ้าทำเลใกล้ๆกัน ราคาก็จะไม่ห่างกันมาก

3.การผ่อนดาวน์ ก็มีส่วนสำคัญในการขอสินเชื่อบ้าน ครับ เพราะว่า บ้างโครงการก็มีการให้ผ่อนดาวน์ จะทำให้เราตัดสินใจง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนมาซื้อ และมีเวลาเตรียมตัวเก็บเงินเพื่อขอสินเชื่อบ้าน (บ้างโครงการให้ผ่อนดาวน์ 12-20 งวดเลย)

4.การตกแต่ง การซื้อคอนโด หรือ บ้านต่างๆ ก็ตกแต่งก็มีส่วนสำคัญในการเลือกซื้อบ้านและขอสินเชื่อบ้านครับ เพราะบ้านคนพอเห็นห้องตัวอย่างแล้ว เกิดชอบขึ้นมาทันทีก็เลยตัดสินใจซื้อเลยก็มี (แต่ห้องจริงอาจจะคล้ายหรือใช้วัสดุทดแทนก็ได้ครับ ทางโครงการมักจะใช้ตัวอักษรเล็กๆ หมายเหตุไว้ )

5. โปรโมชั่นต่างๆที่โครงการร่วมกับธนาคาร ให้สินเชื่อบ้านในราคาพิเศษต่างๆ ข้อนี้ก็น่าสนใจมาก ถ้าโปรโมชั่นนั้น ดอกเบี้ยต่ำ บ้างที่ก็ปล่อยดอกเบี้ย0 % 6 เดือน บ้าง 1 ปี บ้าง ข้อนี้ก็สำคัญครับ

จากปัจจัยในการเลือกซื้อคอนโดหรือบ้านนี้ ก็จะมีส่วนสำคัญ ในการขอสินเชื่อบ้าน ดังนั้นขอให้พี่ๆเพื่อนๆ ลองศึกษาดูและเวลาไปซื้อหรือไปดูโครงการคอนโดหรือบ้านต่างๆ ให้พิจารณาดูดีๆใจเย็นๆ เพราะว่าจะทำให้เรารู้ความต้องการของเราได้ครับ ว่าต้องการที่จะซื้อจริงๆ หรือไหม หรือแค่ความอยากซื้อเท่านั้น  อีกข้อก็เพื่อการลงทุน ก็ควรเ้ป็นเงินเย็นๆ ดังนั้นให้ไปดูโครงการบ่อยๆ ดูหลายๆที่เพื่อจะได้พิจารณาได้ถูกต้องตามความต้องการครับ ก็ขอให้เพื่อนๆพี่ๆ ทุกท่านได้บ้านหรือคอนโด ตรงตามความต้องการครับ

(เอนทรีนี้เขียนมาหลายเดือนแล้วครับแต่ ลืมโพสไว้ครับ ผมเห็นว่ามีประโยชน์ก็เลยมาฝากเพื่อนๆ พี่ครับ)

เงินฝากดอกเบี้ยสูง

Thursday, August 11, 2011

ดอกเบี้ยขึ้นอีกแล้วครับ

สวัสดีครับ วันนี้ก็เป็นวันแม่ ก็ขอให้ทุกคนมีความสุขในวันแม่นะครับ และก็เป็นวันหยุดยาวๆอีกแล้ว ส่วนตัวผมก็มาเขียนบล็อก happymoneytipให้เพื่อนๆ อ่านต่อครับ

ล่าสุดเมื่อวานได้ไปจ่ายสินเชื่อค่าบ้าน ลองสังเกตุดูดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้นอีกแล้ว จาก3-4 เดือนที่แล้ว ปกติก็จะเป็นดอกเบี้ย ร้อยละะ 6.625 ต่อปี ส่วนเดือนล่าสุดก็ปรับเป็น6.875 ต่อปี ทำให้เงินต้นที่เราจ่ายไปก็โดนตัดน้อยลง ถ้าอยากให้เงินต้นตัดเยอะๆก็ ต้องจ่ายเงินต้นเยอะมากกว่าเดิมอีก ข้อเสียของการขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก ก็จะตกภาระมาที่ผู้กู้เงินนี้เอง ดังนั้นขอให้ผู้ที่กู้สินเชื่อต่างๆ ลองสังเกตุดอกเบี้ยดีๆครับ เราจะได้ชำระเงินกู้เราได้เร็วขึ้นครับ

ก็ขอให้กำลังใจในการชำระหนี้สินกันต่อไป ในยามที่ข้าวของแพงขึ้นเรื่อยๆและไม่มีที่จะลดลงเลยครับ วันนี้ก็มาสั้นๆได้ใจความครับ มาแนวให้กำลังใจหัวอกด้วยกันครับ พรุ่งนี้ค่อยมาพูดถึงเรื่องเงินฝากดอกเบี้ยสูงกันต่อครับ


เงินฝากดอกเบี้ยสูง

Thursday, July 28, 2011

ประสบการณ์การณ์การขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านHomeloan-Refinance

สวัสดีครับ เพื่อนๆ พี่ๆ วันนี้ก็มาเจอกันอีกแล้วการ เคล็ดลับการฝากเงินดอกเบี้ยสูง การฝากเงินแบบต่างๆ แต่วันนี้ มาเล่าประสบการณ์ การขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน เพราะว่าช่วงนี้ดอกเบี้ยบ้านสูงมากก็เลย หาดูว่าธนาคารต่างๆนั้นเขามีโปรโมชั่นอะไรน่าสนใจ บวกลบค่าธรรมเนียมแล้วยังคุ้มค่าในการการขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน หรือไม่ ซึ่งจากการหาโปรโมชั่นต่างๆนั้น ที่โดนใจมากที่สุึดก็เป็นของธนาคารทีเอ็มบี ครับ ดังนั้น อิงจากเมื่อวานก่อนที่เขียนเรื่อง บัญชีเงินฝากแบบไม่ประจำ

วันนั้นก็เลยสอบถามรายละเอียดต่างๆมาครับ ก็เลยได้ข้อมูลมาดังนี้

1.วงเงินที่ขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท ส่วนธนาคารอื่นๆ ส่วนใหญ่จะมีวงเงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
2. ดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นท์ นาน 15 เดือน (หมายถึง ทุก1 ปี ดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นท์ เฉพาะ3 เดือนแรก) ดังนั้น ภายใน 5 ปีแรก เราก็ประหยัดดอกเบี้ยได้ ถึง 15 งวดด้วยกัน
3.ส่วนเดือนที่4-12 ของทุกๆปี ภายใน5 ปีก็เป็นไปตามที่ธนาคารประกาศดอกเบี้ย MLR ครับ
4.หรือจะดูตัวเลือกแบบอื่นๆก็น่าสนใจทั้งสิ้นครับ

สรุปในกรณีของผมเองนั้นก็อดใช้โปรโมชั่นนี้ครับ เพราะว่า วงเงินกู้ ต่ำกว่า ที่ธนาคารกำหนดไว้แล้วครับ คือ ขั้นต่ำ 500,000 บาท ซึ่งน่าเสียดายมากๆ ครับ พึ่งผ่านมาไม่นานนี้เองครับ ดังนั้น ก่อนไปทำธุรกรรมใดๆก็ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนนะครับ ไม่งั้น อาจจะไม่ได้โปรโมชั่นต่างๆที่ธนาคารเสนอมาให้ก็ได้ หรือได้ไม่ตรงตามใจตนเองครับ ส่วนตัวผมก็คงต้องจ่ายค่าบ้านต่อไป ตามปกติ แต่คงต้องสะสมเงินก้อนไปจ่ายบ้าง เพื่อค่าบ้านจะได้หมดเร็วๆครับ เริ่มเหนื่อยแล้ว ใครที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ก็ ขอเอาใจช่วยให้ทุกคนจ่ายค่าบ้านหมดเร็วๆแล้วกันครับ

เงินฝากดอกเบี้ยสูง

Thursday, June 16, 2011

เคล็ดลับการขอสินเชื่อบ้านตอนที่1บัญชีเงินฝาก

สวัสดีครับ เพื่อนๆ พี่ๆ วันนี้ก็มาเขียนเรื่องการขอสินเชื่อ จากประสบการณ์ที่ได้ขอสินเชื่อต่างๆมา บ้างอันก็อยากลองว่าเป็นอย่างไร ธนาคารจะอนุมัติง่ายไหม ก็เลยลองขอดูปรากฎก็ผ่านอย่างง่ายดาย กลับกัน บางอันเพื่อนที่อยู่ธนาคารเป็นขอให้ทำบัตรเครดิต ซึ่งดูเหมือนน่าจะผ่านอย่างง่ายดาย เช่นกันแต่ปรากฎว่า ไม่ผ่านการอนุมัติสะอย่างงั้น ที่นี่เราเลยมาดูว่าจะมีเคล็ดลับอะไรบ้าง ที่จะทำให้ขอสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรถยนต์และ สินเชื่ออื่นๆอีกมากมาย อนุมัติผ่านบ้างครับ

เคล็ดลับการขอสินเชื่อบ้านตอนที่ 1 บัญชีเงินฝาก

อย่างแรกที่จะพูดถึงเลย ก็คือ บัญชีเงินฝากของเรา เริ่มแรกเลยก็ต้องดูก่อนว่า ตอนนี้เรามีเงินเดือนเท่าไร แล้วเงินเข้าในบัญชีของธนาคารไหน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเข้าบัญชีออมทรัพย์ เพื่อสะดวกในการฝากและถอนเงินมาใช้ และส่วนใหญ่เลยก็มักจะทำบัตรเอทีเอ็ม ผูกกันไว้ด้วยเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ข้อนี้ละ ที่จะทำให้คนที่ขอสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์ มักขอสินเชื่อไม่ผ่านกัน ก็เพราะว่า เงินในบัญชีธนาคารมักไม่เหลือให้ธนาคาร หักเงินตามบัญชีออมทรัพย์ที่เราฝากเงินไว้ครับ

ดังนั้น เราก็ควรตั้งงบประมาณการใช้จ่ายว่า ควรจะใช้จ่ายเท่าไร มีอะไรบ้างก็ลองทำบัญชี รายรับรายจ่ายดูครับ หรือถ้าใครอยากสะดวกก็ไปดาวน์โหลดโปรแกรม บันทึกรายรับรายจ่ายได้ี่ที่ เว็บธนาคารกสิกรไทยได้ครับ เมื่อเรารู้รายจ่ายของเราโดยคร่าวๆ ลองดูสัก3-4 เดือนก็จะผ่านรู้แล้วว่า แต่ละเดือนที่ผ่านมาเรามีค่าใช้จ่ายอะไร แล้วแต่ละเดือน เราจะเหลือเงินเท่าไร เช่น เหลือเดือนละ 6000 บาท

แค่นี้เราก็จะรู้ว่า เราพอจะขอสินเชื่อบ้านได้ประมาณเท่าไร ครับ แต่ที่แน่ๆ เพื่อนที่ทำงานธนาคาร เขาจะหักเงินเดือน เราเลยเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน ประมาณ เดือนละ 6000 บาท โดยเฉลี่ย แต่ถ้าใครมีภาระผ่อนสินค้าต่างหรือบัตรเครดิต ที่ต้องจ่ายรายเดือนก็ลอง บวกลบกันดูครับ ว่า เราจะขอสินเชื่อบ้านหรือ สินเชื่อรถยนต์ต่างๆ ได้หรือไม่ ครับ

สรุปง่ายๆ ก็ขอให้มีเงินในบัญชี ธนาคารเยอะๆไว้ก่อนครับ ยิ่งถ้ามีบัญชีเงินเก็บหรือออมไว้ต่างหาก หรือมีรายได้อื่นๆยิ่งดีครับ ง่ายในการอนุมัติสินเชื่อต่างๆครับ

(บทความนี้ ตอนแรกได้เขียนเป็นบล็อกใหม่อีกอันหนึ่งแต่คิดแล้ว มารวมไว้ที่นี่เลยดีกว่าเพื่อนๆพี่ๆจะได้ นำไปใช้ได้ หรือมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือประสบการณ์ต่างๆกันครับ)
เงินฝาก